สถานที่ตั้ง

              

     ศูนย์ฝึกอบรมที่ 6 (เจ็ดคด - โป่งก้อนเส้า) มีเนื้อที่ในความรับผิดชอบ 13,750 ไร่ เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่ามวกเหล็ก – ทับกวาง แปลง 2   (แปลงใหญ่) ในท้องที่อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี  ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้


                   ทิศเหนือ  ติดต่อพื้นที่บ้านมวกเหล็กใน ตำบลมิตรภาพ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

                   ทิศใต้  ติดต่อห้วยประดู่ ห้วยเจ็ดคด และอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ท้องที่อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี

                   ทิศตะวันออก  ติดต่ออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ท้องที่อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี

                   ทิศตะวันตก  ติดต่อหมู่บ้านโป่งก้อนเส้า หมู่ที่ 5 ตำบลท่ามะปราง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี

          จุดศูนย์กลางของการดำเนินโครงการอยู่ที่บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว พิกัดที่ 47 PQS 332030 ในแผนที่ภูมิประเทศมาตราส่วน 1 :  50,000 ลำดับชุด L 7017 ระวาง 5237 IV

          การเดินทางไปยังศูนย์ฝึกอบรมที่ 6 (เจ็ดคด - โป่งก้อนเส้า) ทำได้โดยรถยนต์ หากเริ่มต้นจากกรุงเทพมหานครไปทางทิศเหนือโดยใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1) ประมาณ 100 กิโลเมตร ก่อนที่จะเข้าตัวจังหวัดสระบุรีให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางถนนมิตรภาพ (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2) ประมาณ 17 กิโลเมตร จะถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 126 จะมีทางเลี้ยวขวาไปตามถนนมิตรภาพ – น้ำตกเจ็ดคด ไปอีกประมาณ 16 กิโลเมตร ก็จะถึงอ่างเก็บน้ำ โป่งก้อนเส้า จากอ่างเก็บน้ำโป่งก้อนเส้า เลี้ยวซ้ายไปอีก 3.7 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว รวมระยะทางจากกรุงเทพมหานครประมาณ 137 กิโลเมตร สภาพถนนสามารถเดินทางได้ในทุกฤดูกาล

3. สภาพภูมิประเทศ

          สภาพพื้นที่ของศูนย์ฝึกอบรมที่ 6 (เจ็ดคด - โป่งก้อนเส้า) ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีความสูง 200 – 600 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยมีลำห้วยเจ็ดคดเป็นลำห้วยสำคัญในพื้นที่ซึ่งจะมีน้ำไหลในลำห้วยในช่วงฤดูฝน ส่วนในฤดูแล้งปริมาณน้ำจะน้อยและขาดตอนเป็นช่วงๆ

4. สภาพภูมิอากาศ

          แบ่งเป็น 3 ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว อุณหภูมิเฉลี่ยในแต่ละฤดูกาลไม่ต่างกันมากนัก ซึ่งอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดประมาณ 34 องศาเซลเซียส และต่ำสุดประมาณ 23 องศาเซลเซียส

          ฤดูร้อนจะเริ่มราวเดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนพฤษภาคม และอากาศจะร้อนที่สุดในเดือนเมษายน จากนั้นจะเข้าสู่ฤดูฝนคือ ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนตุลาคม ซึ่งเกิดจากการได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดผ่านอ่าวไทยเข้าสู่พื้นที่ภาคกลางของประเทศ ฤดูหนาวได้รับอิทธิพลจากลมเย็นที่พัดมาจากทางตอนกลางของประเทศจีน มีอากาศค่อนข้างเย็นถึงหนาวเล็กน้อย มีลมพัดแรง โดยจะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์

5. ป่าไม้ และสัตว์ป่า

        5.1 ป่าไม้ ภายในพื้นที่ของศูนย์ฯ ประกอบด้วยสังคมป่าที่หลากหลาย ทั้งป่าผลัดใบ (Deciduous Forest) และป่าไม่ผลัดใบ (Evergreen Forest) ซึ่งแบ่งเป็นป่าชนิดต่างๆ ได้ดังนี้

          ป่าเบญจพรรณ (Mixed Deciduous Forest)จัดอยู่ในประเภทป่าผลัดใบ มีลักษณะโครงสร้างเป็นป่าโปร่ง ประกอบด้วยต้นไม้ขนาดกลางเป็นส่วนมาก พื้นป่าไม่รกทึบและมีไผ่ชนิดต่างๆ ขึ้นผสมในฤดูแล้งต้นไม้ส่วนใหญ่จะผลัดใบ ป่าชนิดนี้พบที่บริเวณจุดชมวิว และทางตอนเหนือของพื้นที่ พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ สมพง มะค่าโมง ตะแบกใหญ่ นางดำ ชิงชัน ส้าน กำจัดต้น แก้ว เขลง ลำดวน เป็นต้น

          ป่าดิบชื้น (Tropical Rain Forest) จัดอยู่ในประเภทป่าไม่ผลัดใบ มีลักษณะโครงสร้างเป็นป่ารกทึบประกอบด้วยพันธุ์ไม้มากมายหลายร้อยชนิด ต้นไม้ชั้นบนส่วนใหญ่เป็นไม้วงศ์ยาง (Dipterocarpaceae) มีลำต้นสูงใหญ่ ความสูง 30 – 40 เมตร ไม้พื้นล่าง ประกอบด้วนพันธุ์ไม้พวกปาล์มและหวาย ป่าชนิดนี้พบทางด้านตะวันออกของพื้นที่ในบริเวณหุบห้วย พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ยางนา ยางแดง เคี่ยมคะนอง สะตอป่า ปออีเก้ง เลือดแรด ตะเคียนทอง เป็นต้น

          ป่าดิบแล้ง (Dry Evergreen Forest) จัดอยู่ในประเภทป่าไม่ผลัดใบ มีลักษณะโครงสร้างคล้ายป่าดิบชื้น แต่จะโปร่งกว่า บางครั้งมีชนิดพันธุ์ไม้ที่ผลัดใบขึ้นผสม ป่าชนิดนี้พบบริเวณด้านตะวันออกชองพื้นที่ เป็นชนิดป่าที่พบมากที่สุดในพื้นที่โครงการฯ พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ยางนา กระท้อนป่า สัตตบรรณ กระบก คอแลน มะไฟ สมพง ข่อยหนาม กระเบากลัก กระหนานปลิง ตะแบกใหญ่ สำหรับไม้พื้นที่ล่างจะอุดมไปด้วยไม้ในวงศ์ ขิงข่า (Zingibcraceae) ที่มีคุณค่าทางสมุนไพร เช่น กระเจียว กระชาย เร่ว กระทือ เปราะ ฯลฯ จึงเป็นที่มาของชื่อ “ซับป่าว่าน” ที่ชาวบ้านเรียกขานพื้นที่บริเวณนี้

          ป่าหญ้าและป่ารุ่นหรือป่าเหล่า (Savanna Forest) เป็นป่าที่เกิดขึ้นภายหลังจากป่าธรรมชาติถูกบุกรุกทำลายจนดินมีสภาพเสื่อมโทรมและมักเกิดไฟป่าในฤดูแล้งทำให้ต้นไม้ไม่สามารถขึ้นหรือเจริญเติบโตสู้กับไฟป่าได้ แต่ถ้าสามารถควบคุมไฟป่าได้ก็จะเริ่มมีพันธุ์ไม้เบิกนำที่ทนทานต่อไฟป่า เช่น ถ่อน งิ้วป่า ขึ้นมาทดแทน ป่าชนิดนี้พบในบริเวณรอบศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ไร่ร้างเก่า ประโยชน์ของป่าชนิดนี้คือ เป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่า หลายชนิด เช่น กวาง เก้ง กระทิง กระจง และกระต่ายป่า เป็นต้น

          สวนป่า (Forest Plantation) เป็นพื้นที่ที่ปลูกขึ้นเพื่อฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกบุกรุกทำลายในอดีต ป่าที่ปลูกในพื้นที่โครงการฯ ได้แก่ ประดู สัก กระถินยักษ์ รวมจำนวน เนื้อที่กว่า 3,500 ไร่ อายุของสวนป่าประมาณ 20 ปี ปัจจุบันสวนป่าเหล่านี้เติบโตขึ้นปกคลุมพื้นที่ได้แล้วและบางส่วนเริ่มมีลูกไม้จากป่าธรรมชาติขึ้นทดแทน ซึ่งแสดงให้เห็นแนวโน้มที่จะพัฒนากลายเป็นป่าธรรมชาติที่มีความหลากหลายทางชีวภาพในอนาคต

          5.2 สัตว์ป่า จากสภาพพื้นที่ตั้งของศูนย์ฝึกอบรมที่ 6 (เจ็ดคด – โป่งก้อนเส้า) ประกอบด้วย ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ทุ่งหญ้า และสวนป่า มีแหล่งน้ำจากห้วยเจ็ดคด ห้วยซับป่าว่าน และยังมีอ่างเก็บน้ำซับป่าว่าน ซึ่งสามารถเก็บกักน้ำไว้ได้ตลอดปี ทำให้บริเวณพื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยอันอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ป่านานาชนิด

          จากการสำรวจของคณะนักวิจัยสาขานโยบายและการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกริก เมื่อ พ.ศ. 2543 พบว่า ในบริเวณพื้นที่มีความหลากหลายของสัตว์ป่า จำนวน 221 ชนิด ประกอบด้วยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (Mammals) 27 ชนิด (ตารางที่ 2) เช่น กระทิง กวาง หมีคน หมูป่า เก้ง เป็นต้น นก (Birds) 145 ชนิด (ตารางที่ 3) เช่น นกตะขาบทุ่ง นกปรอดสวน นกกระแตแต้แว้ด นกกระทาทุ่ง เป็นต้น สัตว์เลื้อยคลาน (Reptiles) 26 ชนิด (ตารางที่ 4) เช่น จิ้งเหลนเรียวท้องเหลือง ตุ๊กแกบ้าน เป็นต้น และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก (Amphibians) 14 ชนิด (ตารางที่ 5) เช่น กบอ่อง เขียดหลังปุ่ม เป็นต้น จำนวนชนิดของสัตว์ป่ามีมากแสดงถึงความหลากหลายของสัตว์ป่าในบริเวณพื้นที่ สำหรับความชุกชุมของสัตว์ป่าอยู่ในระดับปานกลาง

6. ลักษณะทางธรณีวิทยา

          โครงสร้างทางธรณีวิทยาของพื้นที่คล้ายกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีต้นกำเนิดมาจากการยกตัวของเปลือกโลก และการพังทลายของหินและดิน หินที่เป็นรากฐานทางธรณีเป็นหินชุดโคราช ชุดกาญจนบุรี และชุดราชบุรี ซึ่งมีทั้งหินปูน หินทราย หินดินดาน และหินไดโอไรท์

          สภาพดินในพื้นที่เป็นดินสีน้ำตาลเข้มหรือน้ำตาลปนเทา มีลักษณะเป็นดินร่วน ปนทราย ความอุดมสมบูรณ์ของดินค่อนข้างต่ำ และง่ายต่อการถูกชะล้างพังทลายโดยการไหลบ่าของน้ำ

7. แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ศูนย์ฯ

          ในพื้นที่ศูนย์ฯ มีบริเวณที่มีสภาพธรรมชาติสวยงามประกอบด้วยความหลากหลายทางธรรมชาติทั้งพืชพันธุ์และสัตว์ป่า อีกทั้งการเดินทางเข้าถึงไม่ลำบากมากนัก จึงเหมาะสมต่อการจัดการให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศควบคู่ไปกับการพักผ่อนหย่อนใจ โดยมีจุดเด่นที่อยู่บริเวณพื้นที่ศูนย์ฯ และในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่มีพื้นที่เชื่อมติดต่อกัน ได้แก่

          1.) น้ำตกคลองผักหนาม เป็นน้ำตกขนาดกลางที่ไหลผ่านลานหินกว้าง บริเวณน้ำตกพบต้นผักหนามขึ้นกระจัดกระจายโดยรอบ อยู่ห่างจากอ่างเก็บน้ำซับป่าว่านประมาณ 2.3 กิโลเมตร

          2.) น้ำตกหินดาด เป็นลำธารน้ำตกขนาดเล็กที่อยู่ท่ามกลางความร่มรื่นของพันธุ์ไม้ที่รายรอบ อยู่ห่างไปทางทิศเหนือของศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประมาณ 1,200 เมตร ใช้ระยะเวลาการเดินทางประมาณ 40 นาที

          3.) น้ำตกเจ็ดคดเหนือ เจ็ดคดกลาง เจ็ดคดใต้ และเจ็ดคดใหญ่ เป็นน้ำตกที่มีต้นกำเนิดจากลำห้วยเจ็ดคด เริ่มจากตอนต้นจะเป็นน้ำตกเจ็ดคดเหนือ ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดเล็ก อยู่ห่างไปทางทิศเหนือของศูนย์ฯ ประมาณ 1,200 เมตร บริเวณน้ำตกมีแอ่งน้ำตกที่สามารถลงเล่นน้ำได้ ตัดลงไปทางตอนใต้จะเป็นน้ำตกเจ็ดคดกลาง น้ำตกเจ็ดคดใต้ และน้ำตกเจ็ดคดใหญ่ ตามลำดับ

          4.) น้ำตกเขาแคบ เป็นน้ำตกขนาดกลางในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีความสูงประมาณ 30 เมตร การเข้าไปเที่ยวชมต้องเดินเท้าเข้าไปเป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร

          5.) น้ำตกโกรกอีดก เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บริเวณท้องที่หมู่ที่ 5 ตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ลักษณะเป็นสายน้ำตกขนาดใหญ่ มีหลายชั้น ชั้นบนสุดไหลจากหน้าผาสูงชันจากยอดเขาสูงประมาณ 50 – 60 เมตร การเดินทางต้องเดินทางโดยรถยนต์จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวไปยังบริเวณบ้านตะโกด้วน ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นน้ำตกระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร (น้ำตกทุกแห่งจะมีน้ำเฉพาะฤดูฝน โดยจะมีน้ำมากในช่วงเดือนสิงหาคม - ตุลาคม)

          6.) จุดชมวิวมอเครือ อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประมาณ 1.8 กิโลเมตร เป็นจุดที่สามารถมองทิวทัศน์ของพื้นที่ได้ในมุมกว้าง โดยทางด้านตะวันออกจะมองเห็นทัศนียภาพบริเวณที่ตั้งศูนย์ฯ และแนวเทือกเขาสลับซับซ้อนของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ส่วนทางด้านทิศตะวันตกจะมองเห็นทัศนียภาพบริเวณตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี

8. นโยบายและการดำเนินงานของศูนย์ฝึกอบรมที่ 6 (เจ็ดคด โป่งก้อนเส้า)

          การดำเนินงานของศูนย์ฝึกอบรมที่ 6 (เจ็ดคด – โป่งก้อนเส้า) เน้นนโยบายการปฏิบัติงานด้านป่าไม้ 3 ประการ ได้แก่

                   1.) การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

                   2.) การศึกษาค้นคว้าด้านวิชาการ

                   3.) การบริการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

          ทั้งนี้โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ชุมชน (คน) ป่า และสัตว์ป่า สามารถอยู่ร่วมกันได้และสามารถปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาสัมผัสกับสภาพธรรมชาติในพื้นที่ศูนย์ฯ ดังนั้นในการดำเนินงานเพื่อจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของศูนย์ฯ จึงได้มีแนวคิดในการจัดการ ดังนี้

          1.) การจัดการพื้นที่ ได้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ลักษณะ คือ

          โซนบริการ ได้แก่ บริเวณบ้านพักรับรอง ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว พื้นที่กางเต็นท์ พื้นที่โซนนี้จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานให้ตามสมควรและไม่อนุญาตให้มีกิจกรรมที่รบกวนธรรมชาติ เช่น ส่งเสียงรบกวนสัตว์ป่า

          โซนที่มีสภาพธรรมชาติ ได้แก่ เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติและน้ำตก พื้นที่โซนนี้จะไม่มีการตัดถนนเข้าไปถึงเนื่องจากจะเป็นการทำลายสภาพธรรมชาติและพื้นที่ป่า นักท่องเที่ยวจะต้องเดินเท้าเข้าไป และในระหว่างทางเดินจะได้จัดทำป้ายสื่อความหมายเพื่อให้ความรู้ด้านป่าไม้

          2.) การมีส่วนร่วมของชุมชน เปิดโอกาสให้ราษฎรในชุมชนมีโอกาสสร้างรายได้จากกิจกรรมการท่องเที่ยว เช่น การเป็นมัคคุเทศก์นำเดินป่า การจำหน่ายของที่ระลึก การจำหน่ายผลิตผลการเกษตร เป็นต้น

          3.) การจัดกิจกรรม เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ เช่น กิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติ กิจกรรมดูนก กิจกรรมศึกษาท้องฟ้าดาราศาสตร์ กิจกรรมขี่จักรยานเสือภูเขา เป็นต้น

9. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการพื้นที่

          เนื่องจากพื้นที่ศูนย์ฝึกอบรมที่ 6 (เจ็ดคด - โป่งก้อนเส้า) อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ามวกเหล็กทับกวาง แปลง 2 (แปลงใหญ่) ดังนั้นการดำเนินการในพื้นที่จึงอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ซึ่งในปัจจุบันอธิบดีกรมป่าไม้โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 อนุญาตให้สำนักงานป่าไม้เขตสระบุรีเข้าดำเนินการในพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการควบคุม ดูแล รักษาหรือบำรุงป่าสงวนแห่งชาติ